|
คุณเป็นแฟนแบบไหน By Julie
Taylor จากหนังสือCosmopolitan |
|
คุณทำตัวเป็นเพื่อนมากกว่าเป็นคู่รักหรือเปล่า
คุณขี้บ่นจนเหมือนแม่มากกว่าเมียหรือเปล่าเราให้โอกาสวิเคราะห์และปรับปรุงตัวเองก่อนที่จะสายเกินไป
หลังจากได้สนทนากับผู้เชี่ยวชาญและผู้หญิงจริงแท้ทั้งหลายแล้ว
เราได้ประมวลบุคลิกภาพ
5แบบที่น่าจะแทนความสัมพันธ์คุณๆผู้หญิงทุกคน
จากนั้นเราจะเผยถึงสัญญาณเตือนภัยของสิ่งที่มากเกินไปเพื่อให้คุณรู้ว่าแค่ไหนที่ว่ามากเกินไป
เพื่อให้คุณรู้ว่าแค่ไหนที่ว่ามากจนเกินงาม
และท้ายสุดเราจะมอบกุญแจเปิดประตูให้คุณหลุดพ้นไปจากกับดักที่คุณกำลังพบอยู่
และช่วยนำพาความสัมพันธ์ของคุณไปให้ถึงในระดับใหม่ของความรัก
บุคลิกประเภทที่1
: ตุ๊กตาประดับกาย |
|
|
สัญญาณเตือน :
คุณให้ความสนใจกับทรงผมและการแต่งหน้ามากเกินไป
จนไม่รู้ตัวว่าคุณใช้บัตรเครดิตจับจ่ายซื้อเสื้อผ้าไปงานเลี้ยง
จนตัวเลขติดลบมากมาย ถึงอย่างไร
คุณก็ต้องการให้ตัวเองดูดีเพื่อแฟนของคุณในงานระดับสำคัญ
ซึ่งคุณจะได้เกาะแขนขา
ปล่อยให้เขาพูดคุยทุกอย่างแทนคุณ
ลินดา เบรย์ แม่ครัวใหญ่ วัย28 ปี
จากอัลบานี นิวยอร์ค
ก็เคยเป็นมาแล้ว
เมื่อเธอเริ่มออกเดทกับนายธนาคารนักลงทุนคนหนึ่ง
เธอรู้สึกว่าได้รับเกียติมากที่ได้นั่งเคียงข้างเขา
ที่โต๊ะอาหารราคามื้อละ 500
เหรียญในงานหรูชนิดต้องผูกแบล็คไท
"แต่หลังจากเวลาหลายเดือนที่รู้สึกว่าการปรากฏกายของฉันช่างมีค่าเหลือเกิน
ฉันก็เริ่มเน้นความสำคัญกับรายละเอียดอย่างเช่นว่า
ทรงผมเข้าที่หรือเปล่ามากขึ้นๆทุกที
มากกว่าจะสนใจสิ่งที่คนเขากำลังพูดคุยกัน"
เธอเล่า
ชายหนุ่มของเบรย์ก็สังเกตเห็นเช่นกันว่าเธอตื้นเขินขึ้นทุกขณะ
วิธีจัดการ :
แน่นอนว่ามันเยี่ยมไม่ใช่เล่นที่ได้กลายเป็นดาราดวงเด่น
และเขาก็คงชอบที่ได้ควงคู่กับสาวงาม
ซึ่งทุกคนชื่นชม "ในตอนแรก
ความสนใจและการชื่นชม
ทำให้คุณรู้สึกโดดเด่น
น่าเป็นปลื้ม
คุณจึงเล่นไปกับมัน" จานิส
บรอดี้
นักจิตวิทยาในนิวยอร์คซิตี้บอก
แต่ความคิดเห็นของเขาที่มีต่อคุณโดยปราศจากความลำเอียง
อาจจะทำให้คุณแย่ลงมากกว่าจะหยิ่งลำพอง
"สิ่งที่ไม่ควรลืมเกี่ยวกับการเป็นตุ๊กตาประดับกายก็คือ
มันเป็นสิ่งไร้ชีวิตชีวา"
ดร.ปีเตอร์สันกล่าว
"กระทั่งผู้ชายที่แสวงหาความโดดเด่นก็จะเบื่อของเล่นชิ้นนี้ไปในที่สุด"
กุญแจสำคัญที่จะแปรเปลี่ยนสภาพลักษณ์ตุ๊กตาประดับของคุณได้ก็คือ
ให้เขารู้ว่าท่าทีอันงามสนิทพิชิตใจของคุณหรืออะไรก็ตามที่เขาคิดว่ามันทำให้คุณลำพองใจนัก
เป็นเพียงด้านหนึ่งของตัวตนอันมีหลากหลายด้านของคุณ
เอื้อนเอ่ยความคิดเห็นของคุณออกมาอย่างกล้าหาญ
หัวเราะให้ดังฟังชัด
พูดเล่าถึงแรงดลใจของคุณ
อย่าได้กลัวที่จะเปิดเผยด้านที่ยังไม่สมบูรณ์แบบของคุณออกมา
ความไม่สมบูรณ์แบบอันไม่เหมือนใครของคุณนั่นแหละที่ทำให้คุณเป็นผู้หญิงน่ารัก
น่าจดจำในแบบที่คุณเป็น
วิธีเหมาะๆในการทำลายภาพแบบเจ้าหญิงของคุณคือ
ชวนเขาไปตั้งแค้มป์กันในวันหยุด
หรือเข้าร้านบาร์บีคิวเล็กๆ
แทนที่จะเป็นภัตตาคารอาหารค่ำหรูเริ่ดอะไรก็ตามที่จะทำให้หนุ่มผู้บูชาตุ๊กตาประดับได้มองเห็นคุณในบรรยากาศที่ดูธรรมดาๆบ้าง
"ให้เขาได้เห็นคุณในเสื้อถักและรวบผมหางม้า
จะเป็นวิธีที่จะให้คุณได้อวดโฉมของคุณในแบบแค่ยิ้มอย่างเดียวก็น่ารักแล้ว"
ปีเตอร์สันแนะนำเบรย์เองก็ทำเพียงแค่นี้จนสามารถหลุดจากภาพลักษณ์ที่เป็นตุ๊กตาประดับของเธอได้
"ฉันชวนแจคมาออกกำลังกายด้วยกันในบ่ายวันหนึ่งก่อนจะมีปาร์ตี้ที่บริษัทของเขา"
เธอเล่า
"หลังจากที่เขาเห็นฉันเหงื่อชุ่มตัวและหน้าซีดไม่ได้แต่ง
เขาดูจังงังไปเลยว่าฉันไม่ได้เป็นเพียงแม่ตุ๊กตาบาร์ปี้เท่านั้น"
การพิสูจน์ว่าเธอกับชายหนุ่มของเธอสามารถเข้ากันได้เมื่ออยู่พ้นจากแสงเจิดจ้า
ทำไม่เบรย์รู้สึกมั่นใจว่า
ความสัมพันธ์ของเธอไม่เพียงแต่ไปรอดเท่านั้น
แต่ยังไปได้อย่างดีเยี่ยมที่สุดด้วย
บุคลิกประเภทที่2
: ต้องอยู่กับฉันคนเดียว |
|
|
สัญญาณเตือน : คุณระเบิดสงครามโลกครั้งที่3
ขึ้นมาทันทีที่เขาบอกว่าจะออกไปเชียร์กีฬากับเพื่อนๆศิษย์เก่าร่วมสถาบัน
เช่นเดียวกับ เบธ ฮันติงตัน
คุณมักจะยื่นคำขาดว่า
"จะเลือกฟุตบอลกับเพื่อนของคุณหรือว่าเลือกฉัน
!"
แล้วคุณก็ต้องทุกข็ใจกับผลของมัน
"เพื่อนๆเขาคงจะเกลียดฉันมาก
เพราะพวกเขาไม่ได้เจอเขาอีกแล้ว"
เบธว่า "แล้วพอเขาออกไปคนเดียว
ฉันก็ประสาทกินว่าเขาจะแอบไปปิ๊งสาวๆเข้าอีก"
โดยสรุปก็คือ
เธอรู้สึกไม่มั่นคง
แล้วเขาก็รู้สึกเหมือนอยู่ในกับดัก
วิธีจัดการ :
การขีดเส้นแบ่งเพื่อให้เวลาส่วนตัวกันบ้างเป็นสิ่งที่สำคัญในความสัมพันธ์
การยืนยันหัวชนฝ่าให้ต้องใช้เวลาอยู่ด้วยกัน
มีแต่จะกระตุ้นให้เขาคิดวางแผนหลบหนี
ดร.ปีเตอร์สันบอกว่า
กุญแจที่จะลดความร้ายกาจของคุณลงบ้างก็คือ
ต้องเข้าใจว่า
เราส่วนมากกลายเป็นคนชอบจู้จี้ขี้บงการเพียงเพราะเราไม่รู้ว่าจะทำในสิ่งที่เราต้องการได้อย่างไร
โดยไม่ให้ดูเป็นการเรียกร้องมากจนเกินไป
ดังนั้นทางแก้ง่ายๆ ก็คือ
ใส่ใจในวิธีการร้องขอสิ่งที่คุณต้องการ
ตัวอย่าง เช่น
อย่าพูดว่าคุณจะไม่ "ปล่อย"
ให้ชายหนุ่มของคุณทำอะไร
ซึ่งนั่นก็หมายความว่า
คุณกำลังควบคุมเขา
"เขาจะรู้สึกว่าเขาถูกบงการและเริ่มไม่พอใจคุณ"
ดร.ปีเตอร์สันว่า
และความไม่พอใจบ่อยๆ
จะทำให้เขามองเห็นแต่ตุณสมบัติด้านที่ร้านกาจของคุณเพียงด้านเดียว
ไม่เห็นด้านอื่นๆที่ยอดเยี่ยมของคุณ
เพราะฉะนั้นเมื่อคุณพยายามอย่างที่สุด
เพื่อแสดงให้เขาเห็นว่าคุณอยากอยู่กับเขาเพียงไร
ก็จงบอกไปอย่างนั้นตรงๆ
ถ้าการออกไปหาเพื่อนๆของเขาทำให้คุณกลัวว่าเขาจะไม่สนใจคุณ
ก็ใช้คำพูดในทำนองว่า
"เวลาที่คุณวางแผนนัดหมายแบบนี้
มันทำให้ฉันกลัวจังว่าฉันไม่ได้ทำอะไรให้คุณมากพอ"
จากนั้นคุณก็สามารถพูดคุยกับเขาต่อได้ว่าคุณกังวลใจเรื่องอะไรแทนที่จะพล่ามออกแต่คำสั่ง
ซึ่งแน่นอนต้องมีการตอบโต้กลับมา
และหากเขาต้องการที่จะออกไปกับเพื่อนๆบ้างในบางครั้ง
ก็ขอให้ยิ้มรับและวางแผนที่จะออกไปกับเพื่อนๆของคุณเองบ้าง
แต่ถ้าคุณไม่สามารถทนกับความคิดที่จะปล่อยให้เขาโลดแล่นไปไหนต่อไหนได้ทั้งคืน
ลองเสนอนัดเจอกันดื่มตอนดึกต่อดู
"วิธีนี้คุณจะได้เจอเขาและเขาก็ยังรู้สึกว่าเขามีอิสรภาพอยู่"
ดร.ปีเตอร์สันแนะนำ
การเลิกนิสัยควบคุมทำได้ยากสำหรับเบธในตอนแรก
"แต่เมื่อฉันคิดได้ว่าเขารักฉัน
และเพียงแต่อยากสนุก
ฉันก็เริ่มผ่อนคลาย
และออกไปสนุกกับเพื่อนๆบ้าง"
เธอเล่า
และเมื่อไบรอันกับเบธกลับมาพบกัน
พวกเขาก็มีเรื่องพูดคุยกันมากมาย
แถมโบนัสคือ
ไบรอันมีโอกาสได้คิดถึงเธอ
และบอกให้เธอรู้ว่ามันมากแค่ไหนเมื่อพวกเขาได้เจอกันอีกครั้งในยามดึกของคืนนั้น
บุคลิกประเภทที่3
: นางโลม |
|
|
สัญญาณเตือน :
คุณร้องครวญครางมากกว่าจะพูดคุย
เปิดเผยเนื้อหนังมากกว่ารเนื้อผ้า
และสถานที่โปรดที่คุณชอบสิงสู่
คือบนเตียงขนาดควีนไซส์ คลีย์
โบเวอร์
ผู้ให้คำปรึกษาด้านการเงิน วัย28
ปี จากฟีนิกซ์
รู้จักความรู้สึกนี้ดี
เธอเป็นกังวลว่าจะเป็นโรคเตียงเป็นพิษหลังจากจับคู่ดู๋ดี๋กับชาร์ลส์
แฟนหนุ่มคนใหม่
"เซ็กซ์ของเราทะลุถึงเพดานเลยค่ะ"
เธอเล่า
"แต่พอเวลาผ่านไปซักพัก
นั่นคือทั้งหมดในความสัมพันธ์ของเรา
เพียงแค่ห้านาทีที่ออกเดท
กางเกงในของฉันเป็นต้องตกลงไปกองกับข้อเท้าทุกทีไป"
วิธีจัดการ : เราคงไม่จำเป็นต้องบอกคุณว่า
เรื่องชื่นบานทางเพศเป็นกุญแจสำคัญไปสุ่ความสัมพันธ์ชั้นเยี่ยมยอด
แต่ถ้ามันมีแต่เรื่องนี้ทั้งหมดอย่างเดียว
คุณก็อาจมีปัญหาในความสัมพันธ์ได้
"ผู้หญิงถูกฝึกมาตั้งแต่เด็กว่าความสนใจทางเพศ
และความชื่นชมในรูปลักษณ์ร่างกายจากผู้ชายเป็นการยกย่องในระดับสูงที่สุดอย่างหนึ่ง"
บรอดี้อธิบาย
"และเนื่องจากทุกอย่างในวัฒนธรรมของเรา
นับตั้งแต่การโฆษณาไปจนถึงหนังและวิดีโอเอ็มทีวี
ก็ยิ่งส่งเสริมเรื่องดังกล่าว
จึงง่ายมากที่ผู้หญิงจะเริ่มคิดว่าเซ็กซ์เป็นทุกอย่างและเป็นที่สุดในความสัมพันธ์"
ถ้าคุณพบว่าตัวเองกำลังเป็นกังวลว่า
ต้องบรรเลงบทรักอย่างต่อเนื่องเพียงเพื่อจับชายหนุ่มของคุณไว้
ก็ถึงเวลาแล้วที่จะต้องพิสูจน์ว่า
ยังมีสมองอยู่ในร่างที่พร้อมยอมที่จะให้เขาทุกเมื่อ
"บอกเขาว่าคุณชอบเซ็กซ์
แต่มันจะทำให้คุณตื่นเต้นยิ่งกว่า
ถ้ามีเรื่องอื่นๆรวมอยู่ด้วย"
บรอดี้บอก
"กำหนดไว้เลยว่าอย่างน้อยอาทิตย์ละคืนที่คุณจะไปที่อื่น
อย่างเช่นอ่านหนังสือที่ร้านหนังสือใกล้บ้าน
หรือไปดูละครของชุมชน
จากนั้นแทนที่จะรีบกลับบ้านก็ออกไปหากาแฟกับของว่างทานกันก่อนแล้วพูดคุยกันสักที"
โบเวอร์ทำเช่นนั้นตอกย้ำความหวังของเธอที่ว่าสายใยทางใจก็อาจหยั่งลึกได้เท่ากับสายใยทางกาย
"ชาร์ลส์กับฉันเริ่มไปเที่ยวสถานที่เช่นพิพิธภัณฑ์
และงานชิมไวน์" เธอเล่า
"ทุกอย่างที่เราทำกันนอกห้องนอนทำให้สิ่งที่เราทำกันในห้องร้อนแรงยิ่งกว่าเดิมอีก"
และในตอนนี้แทนที่จะมองเห็นเธอเป็นเครื่องเล่นเซ็กซ์ล้วนๆ
ชายหนุ่มของโบเวอร์ชื่นชมว่าเธอเป็นผู้หญิงน่าทึ่งอย่างที่เธอเป็นจริงๆ
ไม่นานนี้เองเขาถึงกับพาไปพบครอบครัวของเขา
"ฉันชอบมากที่ถูกแนะนำเป็นแฟนของเขา"
เธอบอก
"และเซ็กซ์มหัศจรรย์ของเราในห้องเดิมก็ยังพิสูจน์ว่ายังมีเคมีที่ดึงดูดเราเข้าหากันอยู่"
บุคลิกประเภทที่4
: คุณแม่ |
|
|
สัญญาณเตือน :
คุณจู๋จี้ขี้บ่นกับเขาบ่อยๆให้เขาไปรับเสื้อผ้าซักแห้ง
ไปซื้อของร้านชำ
หรือวางที่นั่งชัดโครกลง
แย่ยิ่งกว่านั้น
เวลาที่เขาไม่ทำ คุณก็ทำแทน
คุณทำแถมด้วยการบ่นเป็นกระบุงโกยตามหลังเขาอีก
หลังจากที่แคร์รี่ โอลิเวต
นักออกแบบจัดดอกไม้วัย 26ปี
พบว่าเธอต้องซักผ้าสิบกองให้แฟนหนุ่มในเช้าวันเสาร์
เธอรู้ว่าเธอได้เข้าสู่อาณาจักรของความเป็นคุณแม่มอย่างเป็นทางการแล้ว
"ฉันพร่ำบ่นให้เขาซักผ้าของเขามาเป็นอาทิตย์ๆแล้ว
แล้วก็เบื่อที่จะเห็นมัน
ฉันเลยทำเอง
และรู้สึกสงสารตัวเองตลอดเวลาที่ทำ"
เธอเล่า
"ในทันทีทันใดฉันก็นึกขึ้นมาได้ว่าช่วง2-3
เดือนที่ผ่านมา
ฉันบ่นว่าเขาตลอดให้ทำโน่นทำนี่หรี่เสียงทีวี
อย่ากินนมจากกล่องใหญ่
กระทั่งบนเตียงก็ยังบอกให้เขาแรงๆอีกหน่อย
หรือเร็วๆอีกหน่อย! "
วิธีจัดการ :
ผู้ชายทุกคนชอบให้คุณเป็นคุณแม่จู้จี้บ่นได้เป็นบางครั้งบางคราว
โดยเฉพาะเวลาที่ขามีจานไม่ได้ล้างกองเป็นตั้งมา2อาทิตย์
หรือมีใช้ขนาด 102 องศา
แต่ระวังให้ดียามเมื่อกิจวัตรแบบคุณแม่เปลี่ยนเป็นเต็มเวลา
"สำหรับผู้หญิงไม่น้อย
การมีผู้ชายขึ้นต่อคุณเป็นความมั่นคงและช่วยปลอบประโลมได้อย่างดี"
บรอดี้อธิบาย
"แต่ไม่มีอะไรทำลายความสัมพันธ์ได้เร็วเท่ากับการพยายามเป็นคู่รักและเป็นแม่ในขณะเดียวกัน"
จะกระตุ้นให้เขายอมกระดิกนิ้วทำอะไรโดยไม่ต้องบ่นจู้จี้ได้อย่างไร
สิ่งที่สำคัญคือใช้หลักของการให้และรับ
เพราะว่ากันตามจริงแล้วก็คงมีบางอย่างอยู่หรอกที่เขาก็อยากให้คุณทำเหมือนกัน
การพูดคุยตกลงกับเขา
ดร.บรอดี้แนะนำให้ใช้แผน Post-It
คุณทั้งคู่นั่งลงโดยมีปึกแผ่น
Post-It เตรียมพร้อม
จากนั้นก็คิดถึงเรื่องที่คุณอยากให้อีกฝ่ายหนึ่งทำซัก
3-5 ข้อ
อย่างเช่นให้เขาปิดฝายาสีฟันกลับเข้าที่เดิม
และให้คุณบ่นว่าเขาน้อยลง
วาดภาพลายเส้นง่ายๆ
แสดงการกระทำของเขาที่คุณคิดไว้
แล้วขอให้เขาเดาว่าการ์ตุฯของคุณหมายถึงอะไร
ออกจะคล้ายกับการบำบัดด้วยภาพ
ติดการ์ตูนในระดับที่มองเห็นได้ง่าย
"นี่เป็นการเรียนรู้ที่จะประนีประนอมอย่างสนุกๆ"
หลังจากเหตุการณ์ซักผ้าคราวนั้น
โอลิเวตและแฟนหนุ่มของเธอเริ่มเล่นเกมเรียนรู้จักประนีประนอมของพวกเขาเอง
"เราตกลงที่จะใช้คำพูดเป็นรหัสคำหนึ่งเวลาที่เราคนใดคนหนึ่งทำสิ่งที่อีกฝ่ายไม่ชอบ
เราใช้คำว่า "กีวี" เธอเล่า
"ดังนั้นเมื่อไรก็ตามที่เขางี่เง่ากับฉัน
ฉันก็จะบอก กีวี
จากนั้นเราก็จะคุยกัน
และฝ่ายเขาก็ทำแบบเดียวกัน
และเนื่องจากกีวีเป็นคำตลกๆ
มันก็มักจะทำให้เราหัวเราะ
หลังจาก2-3เดือนผ่านไป "คุณแม่"
ก็หายไปเลยค่ะ
บุคลิกประเภทที่5
: เพื่อนซี้ |
|
|
สัญญาณเตือน : คุณสวมบทเป็นเพื่อนกับชายหนุ่มของคุณมากกว่าที่จะหยอกเย้ากันฉันท์หนุ่มสาว
ที่จริงแล้วสิ่งที่ทำให้คุณแตกต่างจากเพื่อนชายของเขาก็เพียงแค่คุณ
ก) มีหน้าอก และ ข) ไม่ยืนฉี่
เกย์ลา โธมัส ตำรวจหญิงวัย 27ปี
เริ่มมีความรู้สึกว่าตัวเองเป็นผู้ชายคนหนึ่งในกลุ่ม
เมื่อเธอใช้เวลาในคืนที่แปดติดต่อกันอยู่ในกลุ่มเพื่อนผู้ชายของแฟน
"พวกเขามาทุกคืนเพื่อเล่นเกม
กินพิซซ่า และดื่มเบียร์"
เธอเล่า "ฉันชอบเพื่อนๆของเขา
แต่เวลาที่เขาเริ่มถามว่า
"ฉันกับพรรคพวก"
อยากทำอะไรหลังเลิกงาน
ฉันก็เริ่มรู้สึกถึงปัญหาขึ้นมา"
แต่เมื่อแฟนของโธมัสหยุดเล่มเกมรักเธอก็รู้ว่ามันจริงแท้แน่แล้ว"
วิธีจัดการ :
มีคนเป็นจำนวนมากที่สับสนปนเประหว่างมิตรภาพกับการเป็นคู่รัก
"จิตใต้สำนึกของคุณอาจเลือกผู้ชายสักคนด้วยความกลัวความใกล้ชิด
ดังนั้นคุณจึงบอกตัวเองไม่ให้เข้าใกล้เกินไป"
ดร.ปีเตอร์สันว่า
แต่เพียงเพราะว่าเมื่อก่อนคุณมีอารมณ์ขี้อายก็ไม่ได้หมายความว่ามันจะกำหนดอนาคตของคุณด้วย
เมื่อคุณพร้อมที่จะให้ความสัมพันธ์ของคุณมาก่อน
ก็ขอเวลาส่วนตัวมากกว่าเดิม
วางแผนใช้เวลาด้วยกัน
โดยไม่มีพรรคพวก
ปิดโทรทัศน์ช่องกีฬา
เปิดอารมณ์รักใคร"
อาจเป็นการนวดให้กัน ไปเต้นรำ
หรือรื้อฟื้นการเดทครั้งแรกของพวกคุณขึ้นมาใหม่"
ชารี ล็อคเกอร์ ผู้เขียนเรื่อง The
Complete Idiot's Guide to Sex กล่าวว่า
"เป้าหมายคือการจุดไฟรักให้ลุกโซนขึ้นอีกครั้ง
โธมัสเล่าว่าในตอนแรกมันยากที่จะทำลายความปลอดภัยของรูปแบบความเป็นเพื่อน
"เจคไม่เข้าใจว่าทำไมฉันถึงเกิดพิศวาสเขาขึ้นมา
ฉันเองก็กลัวว่ามันจะทำให้เขาเตลิดหนีไป"
เธอเล่า
"ฉันอธิบายว่าฉันชอบเพื่อนๆของเขา
แต่ฉันคิดถึงช่วงเวลาโรแมนติคที่เราเคยมีด้วยกัน"
คำป้อยอได้ผล
เจคเริ่มวางแผนการออกไปเที่ยวกันสองคนอย่างโรแมนติค
และเมื่อพวกเขามีงานกินดื่ม
เล่นเกมกับเพื่อนๆพวกเขา
ก็จะใช้เวลาช่วงแรกด้วยกันก่อน
ขณะที่โธมัสเริ่มรู้สึกเหมือนเป็นแฟนมากกว่าเพื่อนผู้ชายของเขา
ความสัมพันธ์ฉันท์คู่รักของทั้งสองก็ดีขึ้นกว่าเดิม
"เราได้ค้นพบว่าปัจจัยเดียวกับที่ทำให้มิตรภาพของเรามั่นคงนั้น
ยังทำให้ชีวิตเซ็กซ์ของเราซู่ซ่าขึ้นมาด้วย"
เธอว่า
"ทุกวันนี้ฉันเป็นทั้งลูกแมวยั่วสวาทเพื่อนซี้
และแฟนสาว รวมอยู่ในคนเดียวกัน
|