Free Web Hosting by Netfirms
Web Hosting by Netfirms | Free Domain Names by Netfirms

 
 

  

คุณเป็นแฟนแบบไหน By Julie Taylor จากหนังสือCosmopolitan

คุณทำตัวเป็นเพื่อนมากกว่าเป็นคู่รักหรือเปล่า   คุณขี้บ่นจนเหมือนแม่มากกว่าเมียหรือเปล่าเราให้โอกาสวิเคราะห์และปรับปรุงตัวเองก่อนที่จะสายเกินไป

หลังจากได้สนทนากับผู้เชี่ยวชาญและผู้หญิงจริงแท้ทั้งหลายแล้ว เราได้ประมวลบุคลิกภาพ 5แบบที่น่าจะแทนความสัมพันธ์คุณๆผู้หญิงทุกคน จากนั้นเราจะเผยถึงสัญญาณเตือนภัยของสิ่งที่มากเกินไปเพื่อให้คุณรู้ว่าแค่ไหนที่ว่ามากเกินไป เพื่อให้คุณรู้ว่าแค่ไหนที่ว่ามากจนเกินงาม และท้ายสุดเราจะมอบกุญแจเปิดประตูให้คุณหลุดพ้นไปจากกับดักที่คุณกำลังพบอยู่ และช่วยนำพาความสัมพันธ์ของคุณไปให้ถึงในระดับใหม่ของความรัก

บุคลิกประเภทที่1 : ตุ๊กตาประดับกาย

สัญญาณเตือน : คุณให้ความสนใจกับทรงผมและการแต่งหน้ามากเกินไป จนไม่รู้ตัวว่าคุณใช้บัตรเครดิตจับจ่ายซื้อเสื้อผ้าไปงานเลี้ยง จนตัวเลขติดลบมากมาย ถึงอย่างไร คุณก็ต้องการให้ตัวเองดูดีเพื่อแฟนของคุณในงานระดับสำคัญ ซึ่งคุณจะได้เกาะแขนขา ปล่อยให้เขาพูดคุยทุกอย่างแทนคุณ ลินดา เบรย์ แม่ครัวใหญ่ วัย28 ปี จากอัลบานี นิวยอร์ค ก็เคยเป็นมาแล้ว เมื่อเธอเริ่มออกเดทกับนายธนาคารนักลงทุนคนหนึ่ง เธอรู้สึกว่าได้รับเกียติมากที่ได้นั่งเคียงข้างเขา ที่โต๊ะอาหารราคามื้อละ 500 เหรียญในงานหรูชนิดต้องผูกแบล็คไท "แต่หลังจากเวลาหลายเดือนที่รู้สึกว่าการปรากฏกายของฉันช่างมีค่าเหลือเกิน ฉันก็เริ่มเน้นความสำคัญกับรายละเอียดอย่างเช่นว่า ทรงผมเข้าที่หรือเปล่ามากขึ้นๆทุกที มากกว่าจะสนใจสิ่งที่คนเขากำลังพูดคุยกัน" เธอเล่า ชายหนุ่มของเบรย์ก็สังเกตเห็นเช่นกันว่าเธอตื้นเขินขึ้นทุกขณะ

วิธีจัดการ : แน่นอนว่ามันเยี่ยมไม่ใช่เล่นที่ได้กลายเป็นดาราดวงเด่น และเขาก็คงชอบที่ได้ควงคู่กับสาวงาม ซึ่งทุกคนชื่นชม "ในตอนแรก ความสนใจและการชื่นชม ทำให้คุณรู้สึกโดดเด่น น่าเป็นปลื้ม คุณจึงเล่นไปกับมัน" จานิส บรอดี้ นักจิตวิทยาในนิวยอร์คซิตี้บอก แต่ความคิดเห็นของเขาที่มีต่อคุณโดยปราศจากความลำเอียง อาจจะทำให้คุณแย่ลงมากกว่าจะหยิ่งลำพอง "สิ่งที่ไม่ควรลืมเกี่ยวกับการเป็นตุ๊กตาประดับกายก็คือ มันเป็นสิ่งไร้ชีวิตชีวา" ดร.ปีเตอร์สันกล่าว "กระทั่งผู้ชายที่แสวงหาความโดดเด่นก็จะเบื่อของเล่นชิ้นนี้ไปในที่สุด"

กุญแจสำคัญที่จะแปรเปลี่ยนสภาพลักษณ์ตุ๊กตาประดับของคุณได้ก็คือ ให้เขารู้ว่าท่าทีอันงามสนิทพิชิตใจของคุณหรืออะไรก็ตามที่เขาคิดว่ามันทำให้คุณลำพองใจนัก เป็นเพียงด้านหนึ่งของตัวตนอันมีหลากหลายด้านของคุณ เอื้อนเอ่ยความคิดเห็นของคุณออกมาอย่างกล้าหาญ หัวเราะให้ดังฟังชัด พูดเล่าถึงแรงดลใจของคุณ อย่าได้กลัวที่จะเปิดเผยด้านที่ยังไม่สมบูรณ์แบบของคุณออกมา ความไม่สมบูรณ์แบบอันไม่เหมือนใครของคุณนั่นแหละที่ทำให้คุณเป็นผู้หญิงน่ารัก น่าจดจำในแบบที่คุณเป็น

วิธีเหมาะๆในการทำลายภาพแบบเจ้าหญิงของคุณคือ ชวนเขาไปตั้งแค้มป์กันในวันหยุด หรือเข้าร้านบาร์บีคิวเล็กๆ แทนที่จะเป็นภัตตาคารอาหารค่ำหรูเริ่ดอะไรก็ตามที่จะทำให้หนุ่มผู้บูชาตุ๊กตาประดับได้มองเห็นคุณในบรรยากาศที่ดูธรรมดาๆบ้าง "ให้เขาได้เห็นคุณในเสื้อถักและรวบผมหางม้า จะเป็นวิธีที่จะให้คุณได้อวดโฉมของคุณในแบบแค่ยิ้มอย่างเดียวก็น่ารักแล้ว"   ปีเตอร์สันแนะนำเบรย์เองก็ทำเพียงแค่นี้จนสามารถหลุดจากภาพลักษณ์ที่เป็นตุ๊กตาประดับของเธอได้ "ฉันชวนแจคมาออกกำลังกายด้วยกันในบ่ายวันหนึ่งก่อนจะมีปาร์ตี้ที่บริษัทของเขา" เธอเล่า "หลังจากที่เขาเห็นฉันเหงื่อชุ่มตัวและหน้าซีดไม่ได้แต่ง เขาดูจังงังไปเลยว่าฉันไม่ได้เป็นเพียงแม่ตุ๊กตาบาร์ปี้เท่านั้น" การพิสูจน์ว่าเธอกับชายหนุ่มของเธอสามารถเข้ากันได้เมื่ออยู่พ้นจากแสงเจิดจ้า ทำไม่เบรย์รู้สึกมั่นใจว่า ความสัมพันธ์ของเธอไม่เพียงแต่ไปรอดเท่านั้น แต่ยังไปได้อย่างดีเยี่ยมที่สุดด้วย

บุคลิกประเภทที่2 : ต้องอยู่กับฉันคนเดียว

สัญญาณเตือน : คุณระเบิดสงครามโลกครั้งที่3 ขึ้นมาทันทีที่เขาบอกว่าจะออกไปเชียร์กีฬากับเพื่อนๆศิษย์เก่าร่วมสถาบัน เช่นเดียวกับ เบธ ฮันติงตัน คุณมักจะยื่นคำขาดว่า "จะเลือกฟุตบอลกับเพื่อนของคุณหรือว่าเลือกฉัน !" แล้วคุณก็ต้องทุกข็ใจกับผลของมัน "เพื่อนๆเขาคงจะเกลียดฉันมาก เพราะพวกเขาไม่ได้เจอเขาอีกแล้ว" เบธว่า "แล้วพอเขาออกไปคนเดียว ฉันก็ประสาทกินว่าเขาจะแอบไปปิ๊งสาวๆเข้าอีก" โดยสรุปก็คือ เธอรู้สึกไม่มั่นคง แล้วเขาก็รู้สึกเหมือนอยู่ในกับดัก

วิธีจัดการ : การขีดเส้นแบ่งเพื่อให้เวลาส่วนตัวกันบ้างเป็นสิ่งที่สำคัญในความสัมพันธ์ การยืนยันหัวชนฝ่าให้ต้องใช้เวลาอยู่ด้วยกัน มีแต่จะกระตุ้นให้เขาคิดวางแผนหลบหนี ดร.ปีเตอร์สันบอกว่า กุญแจที่จะลดความร้ายกาจของคุณลงบ้างก็คือ ต้องเข้าใจว่า เราส่วนมากกลายเป็นคนชอบจู้จี้ขี้บงการเพียงเพราะเราไม่รู้ว่าจะทำในสิ่งที่เราต้องการได้อย่างไร โดยไม่ให้ดูเป็นการเรียกร้องมากจนเกินไป ดังนั้นทางแก้ง่ายๆ ก็คือ ใส่ใจในวิธีการร้องขอสิ่งที่คุณต้องการ

ตัวอย่าง เช่น อย่าพูดว่าคุณจะไม่ "ปล่อย" ให้ชายหนุ่มของคุณทำอะไร ซึ่งนั่นก็หมายความว่า คุณกำลังควบคุมเขา "เขาจะรู้สึกว่าเขาถูกบงการและเริ่มไม่พอใจคุณ" ดร.ปีเตอร์สันว่า และความไม่พอใจบ่อยๆ จะทำให้เขามองเห็นแต่ตุณสมบัติด้านที่ร้านกาจของคุณเพียงด้านเดียว ไม่เห็นด้านอื่นๆที่ยอดเยี่ยมของคุณ เพราะฉะนั้นเมื่อคุณพยายามอย่างที่สุด เพื่อแสดงให้เขาเห็นว่าคุณอยากอยู่กับเขาเพียงไร ก็จงบอกไปอย่างนั้นตรงๆ ถ้าการออกไปหาเพื่อนๆของเขาทำให้คุณกลัวว่าเขาจะไม่สนใจคุณ ก็ใช้คำพูดในทำนองว่า "เวลาที่คุณวางแผนนัดหมายแบบนี้ มันทำให้ฉันกลัวจังว่าฉันไม่ได้ทำอะไรให้คุณมากพอ" จากนั้นคุณก็สามารถพูดคุยกับเขาต่อได้ว่าคุณกังวลใจเรื่องอะไรแทนที่จะพล่ามออกแต่คำสั่ง ซึ่งแน่นอนต้องมีการตอบโต้กลับมา

และหากเขาต้องการที่จะออกไปกับเพื่อนๆบ้างในบางครั้ง ก็ขอให้ยิ้มรับและวางแผนที่จะออกไปกับเพื่อนๆของคุณเองบ้าง แต่ถ้าคุณไม่สามารถทนกับความคิดที่จะปล่อยให้เขาโลดแล่นไปไหนต่อไหนได้ทั้งคืน ลองเสนอนัดเจอกันดื่มตอนดึกต่อดู "วิธีนี้คุณจะได้เจอเขาและเขาก็ยังรู้สึกว่าเขามีอิสรภาพอยู่" ดร.ปีเตอร์สันแนะนำ การเลิกนิสัยควบคุมทำได้ยากสำหรับเบธในตอนแรก "แต่เมื่อฉันคิดได้ว่าเขารักฉัน และเพียงแต่อยากสนุก ฉันก็เริ่มผ่อนคลาย และออกไปสนุกกับเพื่อนๆบ้าง" เธอเล่า และเมื่อไบรอันกับเบธกลับมาพบกัน พวกเขาก็มีเรื่องพูดคุยกันมากมาย แถมโบนัสคือ ไบรอันมีโอกาสได้คิดถึงเธอ และบอกให้เธอรู้ว่ามันมากแค่ไหนเมื่อพวกเขาได้เจอกันอีกครั้งในยามดึกของคืนนั้น

บุคลิกประเภทที่3 : นางโลม

สัญญาณเตือน : คุณร้องครวญครางมากกว่าจะพูดคุย เปิดเผยเนื้อหนังมากกว่ารเนื้อผ้า และสถานที่โปรดที่คุณชอบสิงสู่ คือบนเตียงขนาดควีนไซส์ คลีย์ โบเวอร์ ผู้ให้คำปรึกษาด้านการเงิน วัย28 ปี จากฟีนิกซ์ รู้จักความรู้สึกนี้ดี เธอเป็นกังวลว่าจะเป็นโรคเตียงเป็นพิษหลังจากจับคู่ดู๋ดี๋กับชาร์ลส์ แฟนหนุ่มคนใหม่ "เซ็กซ์ของเราทะลุถึงเพดานเลยค่ะ" เธอเล่า "แต่พอเวลาผ่านไปซักพัก นั่นคือทั้งหมดในความสัมพันธ์ของเรา เพียงแค่ห้านาทีที่ออกเดท กางเกงในของฉันเป็นต้องตกลงไปกองกับข้อเท้าทุกทีไป"

วิธีจัดการ : เราคงไม่จำเป็นต้องบอกคุณว่า เรื่องชื่นบานทางเพศเป็นกุญแจสำคัญไปสุ่ความสัมพันธ์ชั้นเยี่ยมยอด แต่ถ้ามันมีแต่เรื่องนี้ทั้งหมดอย่างเดียว คุณก็อาจมีปัญหาในความสัมพันธ์ได้ "ผู้หญิงถูกฝึกมาตั้งแต่เด็กว่าความสนใจทางเพศ และความชื่นชมในรูปลักษณ์ร่างกายจากผู้ชายเป็นการยกย่องในระดับสูงที่สุดอย่างหนึ่ง" บรอดี้อธิบาย "และเนื่องจากทุกอย่างในวัฒนธรรมของเรา นับตั้งแต่การโฆษณาไปจนถึงหนังและวิดีโอเอ็มทีวี ก็ยิ่งส่งเสริมเรื่องดังกล่าว จึงง่ายมากที่ผู้หญิงจะเริ่มคิดว่าเซ็กซ์เป็นทุกอย่างและเป็นที่สุดในความสัมพันธ์"

ถ้าคุณพบว่าตัวเองกำลังเป็นกังวลว่า ต้องบรรเลงบทรักอย่างต่อเนื่องเพียงเพื่อจับชายหนุ่มของคุณไว้ ก็ถึงเวลาแล้วที่จะต้องพิสูจน์ว่า ยังมีสมองอยู่ในร่างที่พร้อมยอมที่จะให้เขาทุกเมื่อ "บอกเขาว่าคุณชอบเซ็กซ์ แต่มันจะทำให้คุณตื่นเต้นยิ่งกว่า ถ้ามีเรื่องอื่นๆรวมอยู่ด้วย" บรอดี้บอก "กำหนดไว้เลยว่าอย่างน้อยอาทิตย์ละคืนที่คุณจะไปที่อื่น อย่างเช่นอ่านหนังสือที่ร้านหนังสือใกล้บ้าน หรือไปดูละครของชุมชน จากนั้นแทนที่จะรีบกลับบ้านก็ออกไปหากาแฟกับของว่างทานกันก่อนแล้วพูดคุยกันสักที"

โบเวอร์ทำเช่นนั้นตอกย้ำความหวังของเธอที่ว่าสายใยทางใจก็อาจหยั่งลึกได้เท่ากับสายใยทางกาย "ชาร์ลส์กับฉันเริ่มไปเที่ยวสถานที่เช่นพิพิธภัณฑ์ และงานชิมไวน์" เธอเล่า "ทุกอย่างที่เราทำกันนอกห้องนอนทำให้สิ่งที่เราทำกันในห้องร้อนแรงยิ่งกว่าเดิมอีก" และในตอนนี้แทนที่จะมองเห็นเธอเป็นเครื่องเล่นเซ็กซ์ล้วนๆ ชายหนุ่มของโบเวอร์ชื่นชมว่าเธอเป็นผู้หญิงน่าทึ่งอย่างที่เธอเป็นจริงๆ ไม่นานนี้เองเขาถึงกับพาไปพบครอบครัวของเขา "ฉันชอบมากที่ถูกแนะนำเป็นแฟนของเขา" เธอบอก "และเซ็กซ์มหัศจรรย์ของเราในห้องเดิมก็ยังพิสูจน์ว่ายังมีเคมีที่ดึงดูดเราเข้าหากันอยู่"

บุคลิกประเภทที่4 : คุณแม่

สัญญาณเตือน : คุณจู๋จี้ขี้บ่นกับเขาบ่อยๆให้เขาไปรับเสื้อผ้าซักแห้ง ไปซื้อของร้านชำ หรือวางที่นั่งชัดโครกลง แย่ยิ่งกว่านั้น เวลาที่เขาไม่ทำ คุณก็ทำแทน คุณทำแถมด้วยการบ่นเป็นกระบุงโกยตามหลังเขาอีก หลังจากที่แคร์รี่ โอลิเวต นักออกแบบจัดดอกไม้วัย 26ปี พบว่าเธอต้องซักผ้าสิบกองให้แฟนหนุ่มในเช้าวันเสาร์ เธอรู้ว่าเธอได้เข้าสู่อาณาจักรของความเป็นคุณแม่มอย่างเป็นทางการแล้ว "ฉันพร่ำบ่นให้เขาซักผ้าของเขามาเป็นอาทิตย์ๆแล้ว แล้วก็เบื่อที่จะเห็นมัน ฉันเลยทำเอง และรู้สึกสงสารตัวเองตลอดเวลาที่ทำ" เธอเล่า "ในทันทีทันใดฉันก็นึกขึ้นมาได้ว่าช่วง2-3 เดือนที่ผ่านมา ฉันบ่นว่าเขาตลอดให้ทำโน่นทำนี่หรี่เสียงทีวี อย่ากินนมจากกล่องใหญ่ กระทั่งบนเตียงก็ยังบอกให้เขาแรงๆอีกหน่อย หรือเร็วๆอีกหน่อย! "

วิธีจัดการ : ผู้ชายทุกคนชอบให้คุณเป็นคุณแม่จู้จี้บ่นได้เป็นบางครั้งบางคราว โดยเฉพาะเวลาที่ขามีจานไม่ได้ล้างกองเป็นตั้งมา2อาทิตย์ หรือมีใช้ขนาด 102 องศา แต่ระวังให้ดียามเมื่อกิจวัตรแบบคุณแม่เปลี่ยนเป็นเต็มเวลา "สำหรับผู้หญิงไม่น้อย การมีผู้ชายขึ้นต่อคุณเป็นความมั่นคงและช่วยปลอบประโลมได้อย่างดี" บรอดี้อธิบาย "แต่ไม่มีอะไรทำลายความสัมพันธ์ได้เร็วเท่ากับการพยายามเป็นคู่รักและเป็นแม่ในขณะเดียวกัน"

จะกระตุ้นให้เขายอมกระดิกนิ้วทำอะไรโดยไม่ต้องบ่นจู้จี้ได้อย่างไร สิ่งที่สำคัญคือใช้หลักของการให้และรับ เพราะว่ากันตามจริงแล้วก็คงมีบางอย่างอยู่หรอกที่เขาก็อยากให้คุณทำเหมือนกัน การพูดคุยตกลงกับเขา ดร.บรอดี้แนะนำให้ใช้แผน Post-It คุณทั้งคู่นั่งลงโดยมีปึกแผ่น Post-It เตรียมพร้อม จากนั้นก็คิดถึงเรื่องที่คุณอยากให้อีกฝ่ายหนึ่งทำซัก 3-5 ข้อ อย่างเช่นให้เขาปิดฝายาสีฟันกลับเข้าที่เดิม และให้คุณบ่นว่าเขาน้อยลง วาดภาพลายเส้นง่ายๆ แสดงการกระทำของเขาที่คุณคิดไว้ แล้วขอให้เขาเดาว่าการ์ตุฯของคุณหมายถึงอะไร ออกจะคล้ายกับการบำบัดด้วยภาพ ติดการ์ตูนในระดับที่มองเห็นได้ง่าย "นี่เป็นการเรียนรู้ที่จะประนีประนอมอย่างสนุกๆ"

หลังจากเหตุการณ์ซักผ้าคราวนั้น โอลิเวตและแฟนหนุ่มของเธอเริ่มเล่นเกมเรียนรู้จักประนีประนอมของพวกเขาเอง "เราตกลงที่จะใช้คำพูดเป็นรหัสคำหนึ่งเวลาที่เราคนใดคนหนึ่งทำสิ่งที่อีกฝ่ายไม่ชอบ เราใช้คำว่า "กีวี" เธอเล่า "ดังนั้นเมื่อไรก็ตามที่เขางี่เง่ากับฉัน ฉันก็จะบอก กีวี จากนั้นเราก็จะคุยกัน และฝ่ายเขาก็ทำแบบเดียวกัน และเนื่องจากกีวีเป็นคำตลกๆ มันก็มักจะทำให้เราหัวเราะ หลังจาก2-3เดือนผ่านไป "คุณแม่" ก็หายไปเลยค่ะ

บุคลิกประเภทที่5 : เพื่อนซี้

สัญญาณเตือน : คุณสวมบทเป็นเพื่อนกับชายหนุ่มของคุณมากกว่าที่จะหยอกเย้ากันฉันท์หนุ่มสาว ที่จริงแล้วสิ่งที่ทำให้คุณแตกต่างจากเพื่อนชายของเขาก็เพียงแค่คุณ ก) มีหน้าอก และ ข) ไม่ยืนฉี่ เกย์ลา โธมัส ตำรวจหญิงวัย 27ปี เริ่มมีความรู้สึกว่าตัวเองเป็นผู้ชายคนหนึ่งในกลุ่ม เมื่อเธอใช้เวลาในคืนที่แปดติดต่อกันอยู่ในกลุ่มเพื่อนผู้ชายของแฟน "พวกเขามาทุกคืนเพื่อเล่นเกม กินพิซซ่า และดื่มเบียร์" เธอเล่า "ฉันชอบเพื่อนๆของเขา แต่เวลาที่เขาเริ่มถามว่า "ฉันกับพรรคพวก" อยากทำอะไรหลังเลิกงาน ฉันก็เริ่มรู้สึกถึงปัญหาขึ้นมา" แต่เมื่อแฟนของโธมัสหยุดเล่มเกมรักเธอก็รู้ว่ามันจริงแท้แน่แล้ว"

วิธีจัดการ : มีคนเป็นจำนวนมากที่สับสนปนเประหว่างมิตรภาพกับการเป็นคู่รัก "จิตใต้สำนึกของคุณอาจเลือกผู้ชายสักคนด้วยความกลัวความใกล้ชิด ดังนั้นคุณจึงบอกตัวเองไม่ให้เข้าใกล้เกินไป" ดร.ปีเตอร์สันว่า แต่เพียงเพราะว่าเมื่อก่อนคุณมีอารมณ์ขี้อายก็ไม่ได้หมายความว่ามันจะกำหนดอนาคตของคุณด้วย

เมื่อคุณพร้อมที่จะให้ความสัมพันธ์ของคุณมาก่อน ก็ขอเวลาส่วนตัวมากกว่าเดิม วางแผนใช้เวลาด้วยกัน โดยไม่มีพรรคพวก ปิดโทรทัศน์ช่องกีฬา เปิดอารมณ์รักใคร" อาจเป็นการนวดให้กัน ไปเต้นรำ หรือรื้อฟื้นการเดทครั้งแรกของพวกคุณขึ้นมาใหม่" ชารี ล็อคเกอร์ ผู้เขียนเรื่อง The Complete Idiot's Guide to Sex  กล่าวว่า "เป้าหมายคือการจุดไฟรักให้ลุกโซนขึ้นอีกครั้ง

โธมัสเล่าว่าในตอนแรกมันยากที่จะทำลายความปลอดภัยของรูปแบบความเป็นเพื่อน "เจคไม่เข้าใจว่าทำไมฉันถึงเกิดพิศวาสเขาขึ้นมา ฉันเองก็กลัวว่ามันจะทำให้เขาเตลิดหนีไป" เธอเล่า "ฉันอธิบายว่าฉันชอบเพื่อนๆของเขา แต่ฉันคิดถึงช่วงเวลาโรแมนติคที่เราเคยมีด้วยกัน" คำป้อยอได้ผล เจคเริ่มวางแผนการออกไปเที่ยวกันสองคนอย่างโรแมนติค และเมื่อพวกเขามีงานกินดื่ม เล่นเกมกับเพื่อนๆพวกเขา ก็จะใช้เวลาช่วงแรกด้วยกันก่อน ขณะที่โธมัสเริ่มรู้สึกเหมือนเป็นแฟนมากกว่าเพื่อนผู้ชายของเขา ความสัมพันธ์ฉันท์คู่รักของทั้งสองก็ดีขึ้นกว่าเดิม "เราได้ค้นพบว่าปัจจัยเดียวกับที่ทำให้มิตรภาพของเรามั่นคงนั้น ยังทำให้ชีวิตเซ็กซ์ของเราซู่ซ่าขึ้นมาด้วย"   เธอว่า "ทุกวันนี้ฉันเป็นทั้งลูกแมวยั่วสวาทเพื่อนซี้ และแฟนสาว รวมอยู่ในคนเดียวกัน

 

HOME

 

Contact : [ Webmaster ]

  Copyright ฉ 2001-2002 For-u. All rights reserved